“`html
งานวิจัยใหม่เผยแคลเซียมในอาหารทั่วโลกดูดซึมได้เพียง 30% และวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
ผลการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า มีเพียงประมาณ 30% ของแคลเซียมในอาหารทั่วโลกที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า bioavailable calcium (ที่มา)
รายละเอียดการวิจัยจาก ILSI และ Balchem
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดย International Life Sciences Institute (ILSI) ร่วมกับการสนับสนุนบางส่วนจากบริษัท Balchem โดยได้ใช้รูปแบบทำนาย (predictive algorithm) มาวิเคราะห์ข้อมูลจาก Food Balance Sheets ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โดยคำนึงถึงปริมาณแคลเซียมในอาหาร รวมถึงปัจจัยที่ลดการดูดซึมแคลเซียม เช่น สารต้านโภชนาการอย่าง ฟิเตต (phytates) และ ออกซาเลต (oxalates) และปริมาณแคลเซียมที่คนได้รับต่อวัน เพื่อประเมินความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมในแต่ละภูมิภาค (ที่มา)
ความแตกต่างของการดูดซึมแคลเซียมตามภูมิภาค
ผลวิจัยพบว่าการดูดซึมแคลเซียมแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ไม่เท่ากัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- แอฟริกา: 19% ของแคลเซียมในอาหารดูดซึมได้
- เอเชีย: 23% ของแคลเซียมในอาหารดูดซึมได้
- สหภาพยุโรป: 49% ของแคลเซียมในอาหารดูดซึมได้
- สหรัฐอเมริกา: 47% ของแคลเซียมในอาหารดูดซึมได้
ความแตกต่างนี้มาจากรูปแบบการบริโภคอาหารในแต่ละภูมิภาค รวมถึงปริมาณสารต้านโภชนาการที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น คนในบางภูมิภาคที่กินอาหารพืชซึ่งมีฟิเตตและออกซาเลตสูง จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง (ที่มา)
วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียม
เพื่อแก้ไขปัญหาการดูดซึมแคลเซียมที่ต่ำลง งานวิจัยได้เสนอให้ใช้ แร่ธาตุแบบเคเลต (chelated minerals) ในการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยแร่ธาตุแบบเคเลตจะจับกับกรดอะมิโนหรือเปปไทด์ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม และลดผลกระทบจากสารต้านโภชนาการ (ที่มา)
บทสรุปสำคัญและแนวทางในอนาคต
ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการดูดซึมแคลเซียมเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนานโยบายสุขภาพสาธารณะ เพื่อส่งเสริมการบริโภคแคลเซียมที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลเซียมในวงกว้างทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจในข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโภชนาการและผลิตภัณฑ์วิตามินที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Vitify ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยืนยันและให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินและโภชนาการอย่างแท้จริง
“`